บันทึกเที่ยว น้ำตกเอราวัณ ไปนอนเล่น กางเตนท์ชิลๆ ริมน้ำ Arawan waterfall : เที่ยวกับติส

21:38:00 suttisak tanatipanon 0 Comments

หลังจากจบทริปวังเวียงไปได้ไม่นาน บันทึกเที่ยววังเวียง : เที่ยวกับติส : ก็เกิดอาการคัน คิดถึงน้ำเย็นๆ คิดถึงความสวยของน้ำ คิดถึงบลูลากูน ก็ได้แต่ครุ่นคริสว่า บ้านเรามีที่ไหนน้ำสวยๆ บังเอิ๊ญญญ ไปเจอรูปน้ำตกเอราวัณ Arawan waterfall จึงตัดสินใจที่นี่แหละใช่เลย เริ่มทำการหาข้อมูลได้

น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ และมีความสวยงามเป้นอันดับ 7 ของประเทศไทย ตั้งอยุ๋บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกเอราวัณแบ่งออกเป็นทั้งหมด 7 ชั้น สายน้ำจะไหลมาตามชั้นหินระยะทางประมาณ 1,500 เมตร น้ำมีความใสมากกกกก ใสจนมองเห็นตัวปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำ ผืนน้ำสะท้อนเป็นสีฟ้าอมเขียว เนื่องจากเป็นเขาหินปูน จึงมีสารละลายของ แคลเซียมคาร์บอเนต เจือปนอยู่ทำให้เรามองเห็นน้ำเป็นสีฟ้า หรือเขียวมรกตนั่นเอง เอาละรู้จักน้ำตกเอราวัณกันอย่างคร่าวๆ แล้ว เรามาเริ่มหาข้อมูลที่พัก และวิธีการเดินทางกันเลย
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีบ้านพัก เตนท์ และค่ายพักแรม สำรองที่พักได้ที่ http://nps.dnp.go.th/ 
การเดินทาง โดยรถยนต์ส่วนตัว ก็ขับไปดิ ถ้าขับไปไม่ถูกก็ไม่ต้องไป จบ
การเดินทาง โดยรถสาธารณะ เราจะไปขึ้นกันที่ หมอชิต 

เอาแผนที่มาฝาก
เอาล่ะ ทุกอย่างพร้อม ไปกันเลย

DAY1 : ตื่นแต่เช้า ไปหมอชิตในเวลา 8.00 น. ให้เดินไปจุดจอดรถ อาคารชานชาลาที่ 3 ชื่อวินขวัญชีวี ทัวร์ รถตู้ไปกาญจนบุรี วิ่งเส้น พนมทวน กำแพงแสน เบอร์โทร 085-2645544 ที่นี่รถออกทุกชั่วโมง เริ่มให้บริการตั้งแต่ 4.00 - 18.00 น.
พอเราไปถึงตู้ จะมีคนมาถามเยอะแยะจะไปไหนๆๆๆๆ แล้วเราก็ได้ไปซื้อกับอีป้าตู้แรก นางบอกซื้อรถเส้นนี้ใช้เวลา่ ชั่วโมงครึง ข้างใน 2 ชั่วโมง 40 นาที เลยนะ คือก็ไม่ได้เชื่ออยู่แล้วปะ แต่ก็ซื้อไง 55555
สุดท้ายนางทำเวลาไป 2 ชั่วโมงเศษ (จะโกหกทำไมวะงง)
11.00 น.เราก็มาอยู่ที่ บขส. กาญจนบุรี เราต้องมาซื้อตั๋วรถเพื่อไปน้ำตกเอราวัณกันที่นี่แหละ เค้าบอกเป็นรถหวานเย็น (ขับช้านั่นเอง) 
เป็นรถเหมือนรถเมล์ แต่คันจะเล็กมาก หลังคาเตี้ยมาก อย่าได้พูดถึงเรื่องเบาะนั่งแคบมาก แต่คนสูง 160 อย่างเรา ถือว่าสบายไม่เดือดร้อน
ค่าโดยสารคนละ 50 บาท ไปส่งถึงน้ำตกเอราวัณเลย รถออกในเวลา 11.40 น.
ตอนแรกคิดว่า คนคงน้อย ขึ้นไปก็ได้นั่งดูวิว ฟังเพลง Playlist สุดชิล ที่ได้เตรียมมา ก่อนเวลาขึ้นรถเลยไปเดินเล่นก่อน แต่กลับมาถึงเวลารถใกล้ออกปรากฏว่า คนเต็มรถ จ้าาาาาา ต้องยืนจ้าาาาา ยืนไปยาวๆ เลย
ยืนไปจนกว่าจะมีคนลง จ๊าาาา
คนแน่นไปอีก
ยืนมา เกือบชั่วโมง สุดท้ายเราก็ได้นั่งแล้ววววว แล้วดูเบาะสิ 55555 ขนาดคนสูง 160 ยังนั่งติดขนาดนี้
ถึงทางเข้า อุทยานเอราวัณแล้ววว 

 อัตราค่าบริการ ผู้ใหญ่ 100 บาท มีบัตรนักศึกษาลด 50 บาท เปิด 07.00 - 16.30 น.
 ตั๋วเข้าไม่ต้องลงไปซื้อ จะมีคนขึ้นมาขายตั๋วให้ถึงบนรถเลย คนละ 100 บาท (แอบแพงอยู่นะ)

เมื่อเราเข้าไปถึงด้านในแล้ว ก็ไปจุดติดต่อที่พัก ในทริปนี้เราจะนอนเตนท์กกันชิลๆ ริมน้ำ โดยภาวนาไว้ว่า ขอให้ได้เตนท์ที่ค่อนข้างไพรเวท ไม่ติดกับเตนท์อื่น เพราะกลัวรำคาญเสียง และไม่เป็นส่วนตัว 
เตนท์ใหญ่ ราคา 150 บาท นอนได้ 2 คน และต้องเช่า หมอน ที่รองนอน ผ้าห่ม เพิ่ม ถ้าใครอยากปิ้งย่างที่นี่ก็มีให้เช่าเตาเช่นกัน 
ราคาตามนี้เลยจ๊าาาา จ่ายตอนกลับนะ 
เดินตามทางมาทางมาจะเจอ ป้ายบอกทาง ให้เลี้ยวเลยจ๊าาาา

เจอหนูน้อยเล่นน้ำ สนุกเลยดิ



เราจะต้องมาจุดนี้เพื่อ เอาใบมาให้เจ้าหน้าที่ จากนั้นก็หยิบ หมอน ที่รองนอน ผ้าห่ม ไปที่เตนท์เลย
แล้วเราก็เดินไปเลือกเตนท์ ที่เค้ากางไว้ได้เลย แอบภาวนาในใจขอให้ได้เตนท์ ที่เราต้องการด้วยเถอะ ........ แล้วฝันก็เป็นจริง เราได้เตนท์ตรงจุดที่เราเล็งไว้พอดี เป็นอะไรที่ดีต่อใจมากกกกก
จุดที่กางอยู่เตนท์เดียวริมน้ำ และห่างจากเตนท์อื่น พอสมควร เป็นโซนที่ส่วนตัวมากกกกกกกกกกกก อยากจะกรี้ดดังๆ ถูกใจเวอร์
เตนท์ขนาดใหญ่ นอนได้ประมาณ 2-3 คน



บรรยากาศดี นั่งมองแม่น้ำ จากในเตนท์ ธรรมชาติสุดๆ ข้างๆ มีโพรงน้องเหี้ยมาว่ายน้ำจ๋อมแจ๋มให้เราดู อย่างเพลินเพลิน แต่ไม่ต้องกลัวนะ นางไม่มารบกวนเรา นางเป็นเหี้ยที่ขี้อาย แค่ชะโชกไปดู นางหันมามองแล้วว่ายเข้าโพรงนางไปเลย 


เชื่อว่า หลายๆ คนที่มานอนเตนท์ ล้วนอยากรู้ว่า ห้องน้ำเป็นยังไง ..... สำหรับคนที่ไม่ซีเรียส ก็บอกได้เลยว่า เฉยๆ แต่สำหรับบางคนที่ซีเรียสเรื่องห้องน้ำ อาจจะมีแอบขนลุกเกรียวๆ บ้างบางคราว อาบไประแวงไป จะเจอ ตุ๊กแก หรืองู ตอนไหนก็ไม่รู้ อยู่ที่ว่าเราจะประสาทหลอนขนาดไหน 555555

ห้องน้ำแยก ชาย หญิง ชัดเจน ไม่มีห้องน้ำรวม


ห้องสุขา จะรวมกับห้องอาบน้ำไปเลย จะมีฝักบัวไว้ให้ ยกเว้นห้องริมทั้ง 2 ฝั่ง จะเป็นห้องอาบน้ำโดยเฉพาะ
 ถือว่า ไม่สยองจนเกินไป
จุดนี้จะเป็นจุดสำหรับ ชาร์ทแบต โดยจะต้องแบ่งกันคนละไม่เกิน 15 นาที ถือว่าเป็นกฏกติกา และมารยาท แต่ ..... สำหรับบางคน ไม่มีมารยาท ชาร์ทนานมาก กะเอาเต็มเลยมั้ง คนอื่นไม่ต้องมานั่งรอนานมากๆ อยากให้มีจิตสาธารณะมากกว่านี้นิดนึง
ดูที่พัก เก็บของเสร็จ ได้เวลาเดินไปน้ำตกกันแล้ววว
จากลานกางเตนท์ ทางจะเป็นคนละทางกัน กับทางปกติ ทางนี้จะอ้อมกว่าพอสมควร 
ทางเดินเป็นทางลาดยาง เดินสะดวก ใครขี้เกียจเดิน มีรถกอล์ฟบริการส่งถึงทางขึ้นน้ำตกเลย แต่ 30 บาท นาจาาาา
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาประมาณ บ่าย2 คนเยอะแล้ว
น้ำตกจะมีทั้งหมด 7 ชั้น ระยะทาง 1,550 เมตร 
เริ่มขึ้นกันเลยดีกว่า

ชั้นที่ 1 ไหลคืนรัง 
ชั้นนี้ไม่ค่อยมีอะไร ยังไม่สวย น้ำยังขุ่นอยู่ 

แวะพักแปป ......... มันใช่หรอ
ชั้นที่ 2 วังมัจฉา ชั้นนี้คนจะเยอะ เพราะเรามาบ่าย 2 แล้ว น้ำเลยสวยๆ ขุ่นๆ 555555



ขุ่นพอมั้ย น้องปลา

เดินกันต่อเถอะ ทางจะเริ่มค่อยๆ ชันขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเอาขวดน้ำขึ้นไป ต้องมีค่ามัดจำขวดด้วยนะ พอลงมาก็ค่อยเอาขวดมาแลกคืน แต่ห้ามนำอาหารขึ้นไปเด็ดขาด
เจอน้งผีเสื้อน่ารักมาก นิ่งมาก ไม่กลัวเลย
ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก ทำไมคนอื่นมาถ่ายรูปมันดูสวย น้ำสีฟ้าจัง ทำไมรอบเรามา ออกขุ่นๆ 555555 สงสัยคนเยอะ






เดินต่ออีกหน่อย ก็จะถึงชั้น 4 ทางเริ่มโหดขึ้นมาอีกเลเวล
เดินต่อไปปปปปปป



 ก่อนที่จะถึงชั้น 4 เราจะพบกับจุดชมวิว นั่งพักเหนื่อยชมวิวกันก่อน
 ดีงามมั้ยล่ะ

จุดนี้จะเป็นจุดก่อนถึงชั้น 4 เป็นเหมือนบ่อเล็กๆ ลงไปเล่นน้ำตรงนี้ก็ดี คนน้อย
ถึงแล้ววว ชั้นที่ 4 อกนางผีเสื้อ ชั้นนี้ถ้าตอนไม่มีคน และช่วงเช้าๆ จะสวยมาก น่าเล่นน้ำมาก



ถัดมาจากชั้น 4 จะมีทางไม้ข้ามน้ำตกเล็กๆ จุดนี้สวยงาม




เดินไปปปปปปปปปป

 สะพานนี้ ทุกคนจะต้องหยุดเพื่อถ่ายรูป


ชั้นที่ 5 เบื่อไม่ลง ชั้นนี้สมชื่อจริงๆ ส่วนตัวคิดว่าชั้นนี้สวยที่สุดละ บ่อใหญ่ น้ำใส สีสวยยยยยม๊ากกกกก ขึ้นมาเจอชั้นนี้หายเหนื่อยเลย ทางจากชั้น 4 ทาชั้น 5 มีความไกลพอสมควร และทางก็ยิ่งเดินยากขึ้นทุกที แนะนำรองเท้าที่ไม่ลื่นนะ 






ชั้น 6 ดงพฤกษา (ลืมถ่ายรูป) มัวแต่ปีน + ตื่นเต้นอยู่ 5555

ทางชั้น 6 กับ 7 จะแยกกันไปคนละฝั่ง
ทางไปชั้น 6 จะต้องลุยน้ำไปสักหน่อย
 นี่แหละ ชั้น 6 สวยเนอะ


หินรูปอะไรเอ่ยยยยย ... ?
เราเช้าใกล้ชั้น 7 มากขึ้นทุกที
แต่ฝันก็ต้องดับสลาย เมื่อเราเดินมาได้อีกสักพัก ปรี้ด!!!! หมดเวลาาาาาา ลงได้แล้วครับ ........ เหลือบไปมองนาฬิกา ขณะนี้เวลา 15.40 น. TT ยังไม่ถึงชั้น 7 เลย อีกนิดเดียวแท้ๆ
WTF!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  พรุ่งนี้จะมาแต่เช้าเลย!!!!! ต้องขึ้นให้เห็นกับตา
ขาลง เป็นอะไรที่ลำบาก และยากมากๆ หินลื่น รองเท้าก็เช่นกัน ต้องปีนป่าย กันอย่างระมัดระวัง เพราะทางไมไ่ด้ดีขนาดเดินสบายๆ นี่ลื่นล้มมารอบนึง ดีที่ไม่เป็นไร 55555
เดี๋ยวเราออกไปหาอะไรกินกัน เย็นนี้ แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาขึ้นอีกรอบ!! ไฟท์ติ้งงง
แอบถ่ายรูป ผู้ชายมาฝากเพื่อนๆ  เดี๋ยวเพื่อนๆ จะทวงของฝากกัน
ที่นี่เค้ามีเขตสูบบุหรี่เฉพาะจุดนะ ห้ามสูบบริเวณน้ำตก จะได้ไม่รบกวนคนอื่น และไม่ทิ้งขี้บุหรี่บริเวณน้ำตก
แต่
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ตามภาพจ้า
เมื่อลงมาจากน้ำตก ถ้าใครขี้เกียจเดิน จะมีรถกอล์ฟ บริการไปส่งยังจุดจอดรถ และจุดขายอาหาร ด้วยความที่ปวดขา เลยขอนั่งแล้วกัน เพราะต้องเดินกลับไปเตนท์อีก ยอมจ่าย 30 บาท
จุดขายอาหาร จะมีหลายร้านให้เราได้เลือก แต่ส่วนตัวคิดว่า มันก็เหมือนกันหมดอ่ะ 555
ทุกร้านต้องมีไก่ย่าง ส้มตำ 
กาแฟสดก็มี
เที่ยวน้ำตก ก็ต้องกินไก่ปะ




ราคาน้ำขนม ก็ไม่ชาร์ทเท่าไหร่นะ ราคาใกล้เคียงเซเว่น อาจจะแพงกว่านิดหน่อย ร้านจะเปิดตั้งแต่เช้า จนถึง 5 โมง ก็ปิดละ สำหรับคนที่พักที่นี่ ถ้าอยากกินตอนค่ำๆ หรือดึก สามารถขอเบอร์โทรสั่ง แล้วเดินมาเอาได้ แต่ทางเปลี่ยวนะบอกเลย 555555


เมื่อเราได้ของกินแล้ว เราก็กลับไปกินกันที่เตนท์ เพื่อชมบรรยากาศ แล้วนั่ง Dinner กัน โรแมนติกใช่ม๊าาาา
เดี๋ยวนะ ป้ายนี้คืออออ ?? ต้องระวังตัวแค่ไหนหรอ ถามใจดู
เดินกลับไป ก็ชม ป่าไม้ ภูเขา ข้างทาง เดินกับคนรู้ใจยังไงก็ฟิน 5555555

แพ ตรงนี้จะอยู่ติดกับจุดที่เรากางเตนท์เลย สามารถโดดน้ำเล่นได้ ฝรั่งนิยมมานั่งเล่นมาก แต่มีป้ายว่าห้ามโดดน้ำ 555555 
จริงๆ ก็อยากโดดน้ำบ้างนะ แต่บังเอิญเมื่อกลางวัน จ๊ะเอ๋กับน้องเหี้ย เลยกลัวว่าถ้าลงไปพรหมลิขิตจะทำให้เราเจอกันในน้ำ เลยเอ๊ะะะะ ไม่ลงดีกว่า 55555
ตอนกลางคืนจะมึดมาก แต่ฝรั่งก็ยังคงไปโดดน้ำกันกลางดึก สงสัยจะร้อน
 ลานกางเตนท์ จะตั้งติดๆๆๆๆๆ กัน ยกเวนเตนท์เรา จะริมสุด และไม่ติดกับใคร อุอุ
นั่งชมบรรยากาศ พร้อมกับ Dinner เป็นอะไรที่ ดีต่อใจ
เมนูคืนนี้ แน่นอนว่าจะต้องเป็น ไก่ย่าง ส้มตำ และน้ำอัดลม ที่จริงควรจะมีเบียร์เย็นๆ นะแต่ที่นี่เค้าไม่ขาย 55555
ราคา แต่ละร้านก็น่าจะเท่ากันล่ะมั้ง

ส้มตำไทย 40 บาท
ส้มตำโคราช 40 บาท
ไกย่าง 70 บาท
ข้าวเหนียว 2 ห่อ ห่อละ 10 บาท
น้ำอัดลม 35 บาท
รวม 205 บาท

แต่ทำไมมันคิด 220 วะ 55555 ตอนคิดเงินก็ไม่ได้ไปดูไง มัวแต่นั่งเพราะปวดขา ถือว่าพลาดละกัน แต่พ่อค้าแม่ค้า ทำแบบนี้ก็ไม่ดีนะ บอกเลย // หรือไม่ก็เราคิดเงินผิดเอง แต่ช่างเถอะ มันผ่านไปแล้ว



ตอนกลางคืนที่นี่จะมึดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ต้องพกไปฉายกันมาด่้วยนะ อย่าลืม แต่เค้ามีขาย ตะเกียงกับเที่ยนด้วย ตะเกียง50 เทียน 3 เล่ม 10 บาท หรือจะเตียงไฟฟ้าก็ ประมาณ 160 บาท

ตอนกลางคืน อยากให้เสียงเบาๆ เกรงใจคนรอบข้างนิดนึง รู้ว่ามากับเพื่อน มากันเยอะ มันก็ต้องเฮฮากันตามประสา แต่คือ ดึกแล้วคนอื่นเค้าพักผ่อนไง แล้วตรงจุดนั้น เป็นที่เงียบมากๆ ขนาดแฟนทะเลาะกันด้านบน เรายังได้ยินแบบชัดมาก ..... อ่อ เราคงตั้งใจฟัง 5555

นอนฟังเดอะช็อค บิ้วอารมณ์อยู๋ เจอแฟนทะเลาะกัน เราถึงกับปิดเดอะช็อค เพื่อฟังเลย 55555 ยอมใจในความเสือกปะล่ะ

แต่ก็อย่างว่า อยู่รวมกัน เราต้องมีจิตสาธารณะ และเกรงใจคนรอบข้างด้วยนะ

ช่วงกลางคืน คนจะแห่ไปชาร์ทแบตกัน เพราะงั้นแบ่งกันชาร์ทเนอะ เค้าเขียนป้ายไว้ คนละ 15 นาที แต่บางคนชาร์ทกะเอาแบตเต็มไม่เผื่อคนอื่น แบบนี้ ไม่น่ารักเลยนะ

ตอนหัวค่ำ อากาศจะร้อนมาก ไหนพี่ทหารบอก 23 องศาไง 55555 ร้อนมาก ลมยังไม่มีพัดเลย แต่พอเริ่มดึก อากาศเย็นเริ่มมา ให้พอชื่นใจ เย็นเฉยๆ ไม่หนาว ย้ำไม่หนา่ว
.................

DAY 2
ตื่นตั้งแต่ 06.00 น. เพื่อมานั่งดูน้ำ และสูดอากาศยามเช้า ฟินปะล่ะ หมอกจางๆ
เอาล่ะ เช้านี้เราจะ ล้างหน้าแปรงฟัน ไปกินข้าว ละขึ้นน้ำตกกันอีกรอบ!!!!!

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เพราะงั้น เราต้องไปกินข้าวกันให้อิ่มซะก่อน

ข้าวกระเพราหมูกรอบ 40 บาท
ข้าวพริกเผาทะเล 50 บาท
น้ำเปล่า 20 บาท

รวม มื้อนี้ 110 บาท

ที่เลือกกินข้าวร้านนี้ เพราะเจ้าตัวนี้เลยนะะะะ น่าร๊ากกกกกก

เมื่ออิ่มแล้ว ก็ได้เวลา ขึ้นน้ำตกกันอีกรอบ แต่ขึ้นครั้งนี้ จะยิงยาว ไปชั้น 7 เลยยยย แล้วเราค่อยไปเล่นน้ำกัน

ระหว่างทาง ชั้น 6 ชั้นนี้น่าเล่นมาก แต่ต้องปีนน้ำตกหน่อยนะ เพราะไม่ได้อยู่ในเส้นทาง
ทางไป ชั้น 7 ขอบอกว่า เป็นอะไรที่โหดมากกกกกก ต้องปีนหิน ข้ามน้ำตก โอ้โห นึกว่าเดินป่าในเรื่อง อังกอร์

ในที่สุดดดดดดดดด
ชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ
เป็นชั้นที่เดินทางสูงมาก เหนื่อยมาก ทางลำบากมาก รู้สึกได้ถึงการผจญภัย แต่คุ้มค่าที่ขึ้นมา


ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ


ปลาเจ้าถิ่น แอบน่ากลัว ตอดเจ็บอยู่ โดยเฉพาะตัวใหญ่ เหมือนมาว่ายใกล้ๆ ฝั่ง เพื่อรอให้คนลงไป จากนั้นก็ ...... รุม ตอดแ-ด มันเลยยยยยยยยยยยยยยย

สวยอ่ะดิ  ขึ้นมาแล้ว หายเหนื่อยจริงๆ แต่ลงก็เหนื่อยอยู่ดี  555

เราจะไม่เล่นน้ำกันที่ชั้นนี้ เพราะปลามีความน่ากลัวมาก 55555
รูปเล่นน้ำไม่ต้องดูหรอก ค่อนข้าง Sexy ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

เมื่อเราเล่นกันจนอิ่มละ ก็กลับไปเตนท์เก็บของ อาบน้ำ และนำ หมอน ผ้าห่ม ที่รองนอน ไปคืน และไปจ่ายเงิน

รอบรถขากลับจะมีตามนี้เลย 
คนรอบ 12.00 น. จะเยอะ คนแน่นและเป็นรอบที่ขับได้ช้ามาก ขามานั่งแค้่ ชั่วโมงกว่า ขากลับล่อไป 2 ชั่วโมงกว่าจ้าาาา นั่งกันสนุกเลย
และเราก็ไปลง ที่บขส เช่นเคย มีวินรถให้ขึ้นกลับ สะดวกสบาย ในราคา 120 บาท แต่ขากลับทำไม นั่งมาเกือบ 4 ชั่วโมงเลยอ่ะ งง ไหนว่ายิงยาวไง เอ๊ะะะะะะะ นั่งกันก้นไร้ความรู้สึกไปเลย
18.00 น. ถึง หมอชิต อย่างปลอดภัย

ลาก่อยยย ไว้ไปหาที่ไปใหม่ -จบ-

ค่าใช้จ่าย 
- รถตู้ กทม / กาญจนบุรี 120*2 = 240
- รถ เข้าน้ำตกเอราวัณ 50*2 = 100
- ค่าเข้าอุทยาน 100*2 = 200
- เตนท์ = 150
- ผ้าห่ม 20*2 = 40
- หมอน 10*2 = 20
- ที่รองนอน 20*2 = 40
- ข้าวเย็น = 220
- ข้าวเช้า = 110
- รถ ไปบขส กาญจนบุรี 50*2 = 100
- รถตู้กลับ กรุงเทพฯ 120*2 = 240

รวม 1,460 บาท เฉลี่ย คนละ 730 บาทททททท

0 ความคิดเห็น: