บันทึกเที่ยว วังเวียง (Vang Vieng) ที่รัก : เที่ยวกับติส

00:52:00 suttisak tanatipanon 0 Comments

บันทึก เที่ยววังเวียง ไปกลับ แบบ งงๆ : นี่ ไม่ใช่ การรีวิว :

เริ่มกันเลยดีกว่า

DAY1 : ในการไปเที่ยวครั้งนี้เดินทางโดย รถโดยสาร นครชัยแอร์ รอบ 23.30 น. ใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง 30 นาที โดยไปลงที่จังหวัด อุดรธานี

เมื่อเราถึง บขส อุดรธานี เมื่อเราลงรถ จะมีพี่วินจำนวนมากมาย มาคอยตอนรับเราตั้งแต่หน้าประตู ได้ฟิลแบบซุปเปอร์สตาร์ อย่าไปสนใจ 5555+ เราควรบึ่งตัวรีบไปซื้อตั๋ว อุดร - วังเวียง กันเลย เพราะเดี๋ยวเต็ม โดยรถไปวังเวียงจะมีแค่รอบเดียวนั่นคือ 8.30 น.

ได้ตั๋วมาแล้ววววว ในราคา 320 บาท และเราก็จะต้องนั่งรอกันต่อไปจนกว่ารถจะมา


บรรยากาศ บขส อุดร ระหว่างรอก็หาข้าวกิน ล้างหน้า แปรงฟัน ให้เรียบร้อย เพราะเราต้องนั่งกันไปอีก ยาวๆ 


ไปหาข้าวกินฆ่าเวลา



ข้าวต้ม กับ ต้มเส้น ชามละ 20 บาท ที่ตลาด ปล.รูปไม่ชัด

เมื่อรถออก เวลา 8.30 เราจะไปข้ามกันที่ด่าน หนองคาย ทำการข้ามแดนเรียบร้อย (วิธีข้ามไปหาอ่านเอาเอง Google มี เยอะแยะ)

---- ตัดตอน -----

ถึงวังเวียง ในเวลา 16.30 น. ใช้เวลาเดินทาง เกือบ 8 ชั่วโมง พระเจ้านั่งกันเกร็งไปหมด ถามว่าทำไมใช้เวลาเดินทางนานน่ะหรอ กว่าจะข้ามแดน คิวยาวมากกกก เพราะงั้น ใช้ช่องด่วนเถอะ 20 บาท จะได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน ความเร็วของรถ ขับแรกๆ จะอืดมากกกกกกกกกก ช้ามากกก ค่อยๆ ขับไปเรื่อยๆ ดูวิว (หรอ) และจะมีแวะพักให้ทานข้าว กันที่ฝั่งลาว 30 นาที แล้วจะยิงยาวเลย (พี่คนขับเค้าบอกมา)

แวะกินข้าว ราคาก็ใช้ได้ จานละ 18,000 กีบ


เค้กอร่อยเลยล่ะ ถือว่าทำได้ดี 12,000 กีบ


เมื่อกินเสร็จ ก็ได้เวลาเดินทางต่อ
ความจริงคือ ขับลากยาวมาเพื่อให้แวะพัก ของที่นั่น แล้วให้กินข้าว ละที่บอกว่าจะยิงยาว มันแค่ 40 นาทีก็ถึงละ ..... ทางลาดปรกติขับ 60 พอทางขึ้นเข้า เหยียบเกือบร้อย หัวใจจะวาย 5555 มาเหยียบทำเวลาตอนใกล้ถึง มันใช่มะะะ 

เมื่อถึงจุดลงรถที่วังเวียง ก็ต้องต่อรถคล้ายๆ 2 แถว เพื่อเข้าไปในตัววังเวียงอีกที (รถฟรี) 
จากนั้น เราก็ทำการเดินหาที่พัก โดยที่พักในครั้งนี้ ได้จองผ่าน Booking ไว้ล่วงหน้าแล้ว
ชื่อว่า Jammee Gusthouse เดินหาอยุ่นานมากๆๆๆๆ ไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่าไหร่ อยู่ห่างไกล ออกไปเกือบสุดทาง หรือทางไปถ้ำจังนั่นเอง ราคาอยู่ที่ 2 คืน 1107 บาท

ไปดูสภาพห้องกันก่อนจ้า


วิวดี สวยงาม เห็นภูเขาไกลๆ อากาศเย็นสบาย ห้องมีแอร์ Wifi เครื่องทำน้ำอุ่น น้ำเปล่า 2 ขวด ถือว่าโอเค

**ถึงเวลาด่า** ตอนแรกเว้ยนางพาไปห้อง ตึกเก่า ไม่มี TV นี่ก็ถามว่า ไม่มี TV หรอ นางก็บอกว่า มีจ้า แต่อยู่ตึกใหม่นะ ไปมั้ย เราเลยบอกว่า "ไป" นางก็พาไปจ๊า ปรากฎว่า เป็นตึกใหม่ ที่ด้านบนยังสร้างไม่เสร็จ ย้ำว่า สร้างยังไม่เสร็จ TV มีก็จริง แต่ดูช่องอะไรไม่ได้เลย ห้องน้ำปิดผนึกส่งกลิ่น เท่านั้นยังไม่พอ ปิดประตูห้องน้ำไม่ได้ โอ้แม่เจ้า ไฟห้องน้ำก็ติดแค่ดวงเดียว สลัวๆ OMG!!! บอกว่าไม่มี TV ก็จบ ถ้าห้องจะไม่พร้อมขนาดนี้ นางก็มาจูนทีวีละบอกจะซ่้อมให้นะ มาจูนไม่รอเสร็จกลับไปก่อนจ้า บอกจะซ่อมไฟให้ ก็ไม่มาจ้า ปล่อยเบลอ -ลาก่อยยยย-

แต่ก็ขี้เกียจเดินไปย้ายห้องแล้วปะ ได้เห็นวิว ก็เลยยอมๆ ไป ช่างแม่ง

ตกเย็น เราก็ออกไปหาของกินกันจ้าาาาา
แวะร้านแรก กินข้าวกระเพราหมู กับเบยลาว รวมกัน 30,000 บาท


มีน้องหมามาคลอเคลีย แรกๆ นึกว่า อุ๊ยยย หมาตาสีฟ้าาา ทีไ่หนได้ เป็นต้อ (ขอแ-กหน่อยฮ๊าบบบ)


ของคาว ต้องตามด้วยของหวาน สิ่งที่ยอดฮิตที่สุดของที่นี่คงจะหนีไม่พ้น โรตี
ร้านไหนก็ได้ เหมือนกันหมด ราคาอยู่ที่ 10,000 กีบ อย่าพูดถึงรสชาติ สู้โรตีบ้านเราไม่ได้ ขนาดสั่ง Nutella กินกับอะไรก็อร่อย ก็ยังเกือบพ่ายให้แก่โรตีนาง แต่นี่ชอบนะ ชอบ Nutella อ่ะ 55555


เมื่ออิ่มท้อง ก็ซื้อเบียร์ไปนั่งกินชิวๆ ดูวิวที่ระเบียงห้อง แล้วพักผ่อนซะ ZZZZzzZZzz

DAY2 : วันนี้เราจะไปเที่ยวกัน โดยซื้อ One Day Trip เอาไว้ ของร้าน สิงโต ในราคา 550 บาท (แถมจักรยาน ที่ปั่นแล้วปวดตูด)
จะพาเราไป 
- ถ้ำช้าง
- ถ้ำน้ำ
- พายเรือคายัค
- Blue Lagoon
นัดเวลาไว้ 9.00 น. มารับหน้าที่พัก

เดินเล่นแถวที่พัก รอเวลา

เมื่อรถมารับไป ก็มีลูกทัวร์คนอื่นมาแจม ส่วนใหญ่ก็คนไทยอีกแหละ เมื่อเราถึงที่หมาย จะพบแม่น้ำ เราจะต้องเดินข้ามสะพานไป แล้วก็เดินผ่านทุ่งนาสวยๆ เป็นอีก 1 แลนด์มาร์ค ที่ต้องถ่ายรูป


ทุ่งนา เขียวๆ สบายตา


ทางบางช่วง ก็แบบนี้แหละ อย่างที่เห็น

ทางไกด์ จะทำการแจกถุงกันน้ำ พร้อมไฟส่องกบ เพื่อให้เราลอดห่วงยางในถ้ำ

ไปเอาห่วงยาง เข้าถ้ำกันเด้ออออ

ในถ้ำเราจะต้องทำการสาวเชือก ไต่ตามๆ กันไป ข้างในน้ำเย็นมาก และมึดมาก ระวังหัวโขกหิน และหลุดวงโคจรจากเชือก 555 ข้อแนะนำ ใส่รองเท้ารัดส้นเหอะ จะได้ไม่หายอยู่ในนั้น ระวังเท้าเราไปโดนหัวคนอื่น และเราต้องระวังเท้าชาวบ้านเช่นกัน 55555555555555


เมื่ออกมา ไกด์จะทำข้าวให้เราทานกัน .....
ก็เหมือนๆ ที่คนอื่นรีวิวเอาไว้ ข้าวผัด บาร์บีคิว2ไม้ ขนมปัง กล้วยเขียวๆ (รสชาติอย่าถาม กระเพาะแทบร้องไห้)


ทานเสร็จ ไกด์ ก็จะพาเราไปถ้ำช้าง ถ้ำในความคิดคือ ถ้ำที่มุด ต้องปีนป่าย ถ้ำมึดๆ
ไปดูของจริง 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เรียกโพรงจะดีกว่า เนอะ

 เห็นช้างยัง มีแค่นี้แหละ 555555

ต่อไป ถึงสิ่งที่เรารอคายกันแล้วววว พายเรือคายัค
ไกด์จะพาเราไปยังจุดปล่อยเรือ โดยให้พายลำละ 2 คน ไปเป็นคู่ก็ดีแบบนี้แหละแกร ใครพายไม่เป็นก็ไปกับไกด์ แล้วก็นั่งทำหน้าเจ๋อๆ ไปเนอะ



ไกด์จะสอนวิธีพายเรือ แล้วเราก็ลงแม่น้ำกันเล้ยยยย


 พายไปซักพัก ก็จะแวะพัก จากที่อ่านรีวิวคนอื่น จะได้พักบาร์น้ำ ซึ่งจะมี กิจกรรมมากมายให้เราเล่น
แต่ที่นี่ .................... อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา ไม่มีห่าอะไรเลย พามาเหมือน จุดพักของตัวเองเพื่อจะขายของ และให้เล่น ซิปไลน์ ไม่มีเกมส์ เพลง อะไรทั้งนั้นอ่ะ อารมณ์เสีย แต่วิว 2 ข้างทางแพงมาก วิวคือดีอ่ะ สวยแบบสวยจริงๆ

พายไปถึงจุดขึ้นฝั่ง ก็ไปต่อที่ Blue Lagoon
ในมโนภาพ บลูลากูน คือแบบ สวย น้ำต้องฟ้า สระใหญ่ๆ โดนน้ำ ดูดโอปป้าขาวๆ เนียนๆ ว่ายทวนน้ำเหมือนปลาแซลมอน ให้เป็นอาหารตา

น้ำเขียวอยู่ ไม่ฟ้า พอให้อภัย แต่บ่อเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยบรรดาโอปป้า และฝรั่งนี่สิ 555555 จะเรียกว่าบ่อเยี่ยวก็ไม่เชิง


ไปกระโดดน้้ำกันนนน อันนี้พลาดไม่ได้ มาต้องโดด เสียวดี ชอบอะไรเสียวๆ 


เมื่อเล่นน้ำจนหิว ก็ไปหาของกินกันจ๊ะ และอยากนำเสนอ หมูกำไล หรือ หมูแดดเดียว
ซื้อรอบแรก ราคา 10,000 กีบ ราคาโอเคเลยแกร รับได้ ซื้อมากิน พอจะไปซื้ออีก นางบอก 25,000  กีบ อี-อกกกกกก ขึ้นราคาเฉยๆ งงมาก ไม่กินมันละจ๊ะ นึกจะขึ้นราคา ก็ขึ้นแบบ งงๆ


น้ำเย็นมาก เย็นจนสั่น ด้วยอากาศที่ค่อนข้างเย็น พอขึ้นมาปุ๊ป ตัวสั่น สั่นแรกว่า ไวเบรเตอร์ อีกแกร 555 (ถ้าไม่รู้จักไปค้นหาใน Google)

รถจะมารอบรับเรา เวลา 17.00 น. จะขับผ่านทุ่งนา ภูเขา สวยมาก ต้องให้พี่แก เค้าจอดแวะถ่ายรูป


 กระโดด ต้องมาาาา


จบแล้วสำหรับ One Day Trip รถไปส่งหน้าที่พักเช่นเคย 

และค่ำคืนนี้เราจะไป Sakura Bar กันนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน



ฝรั่งเยอะมากกกกกกกกกกกก เมื่อเข้ามาเราจะได้ เวลคัมดริ้ง เหมือนเหล้าต้มอ่ะแหละ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของช้านนนน เพลงตื้ดๆ อะไรเต้นไม่เป็นหรอก


ที่นี่เค้าจะมีเล่นเกมปิงปองเหล้ากันด้วย


เมาแล้ว กลับห้องนอน ฝันดี 

.................

DAY3 : วันนี้เราจะไปเที่ยวกันเอง โดยเช่ามอเตอร์ไซ ตั้งแต่เช้าจนถึง 1 ทุ่ม ราคา 60,000 กีบ (ต่อเอา ไม่ให้ก็ไปร้านอื่น เดี๋ยวนางก็ยอมเอง)

อากาศยามเช้า หมอกคลุมภูเขา


เช้านี้เราจะไปหาของกินกันที่ ตลาดเช้า กัน
ปล. จอดรถที่ตลาด ต้องเสียเงินค่าที่จอด

ขนมครกลาว น้ำมันเยอะมากกกกก เกือบอร่อย ของบ้านเราอร่อยกว่า

พอดีในทริปนี้ มาตรงกับวันออกพรรษาพอดี จะได้เห็นเทศกาล แข่งเรือ และลอยกระทง ด้วย ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ 

คนลาว เวลามีเทศกาล หรือทำบุญวันพระใหญ่ จะใส่ชุดแบบจัดเต็มมากๆ 


ระหว่างทางจะเจอชาวบ้านกำลัง ขนเรือเพื่อไปแข่งกันที่แม่น้ำ 


พอกินข้าวทำบุญเสร็จเราก็จะไปเที่ยวกันต่อ โดยฝั่งสถานที่ท่องเที่ยวจะอยู่อีกฝาก ต้องข้ามสะพานที่เสียเงินเท่านั้น ประมาณ 40 บาท ไป-กลับ เมื่อก่อนมีสะพานฟรีนะ แต่เค้าพังไปแล้ว ให้เสียเงินข้ามเท่านั้น ถ้าพักอยู่ฝั่งนี้ ก็จะต้องข้ามฝั่งเพื่อไปหาข้าวกิน (ไม่ดีเลยเนอะ วันๆ เสียค่าข้ามสะพานเป็นร้อย)


เริ่มที่แรกของวัน ไปถ้ำจัง

ทางเข้าจะต้องเสียเงินค่าเข้าก่อน แล้วเราจะเจอกับสะพานยอดฮิต ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูป ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน สะพานแบบนี้บ้านเราก็มี แต่ก็ถ่ายไง 555

นี่ไงสะพานส้ม

ของขายด้านใน


แต่ก็ต้องอารมณ์เสีย เพราะถ้าจะขึ้นถ้ำ ต้องเสียเงินอีก เพื่อ ????? ทำไมไม่เก็บทีเดียวให้มันจบๆ ไป ไม่จ่าย ไม่ขึ้นก็ได้ เปลือง!!!!!!!!!

เดินเล่นรอบๆ เอาก็พอ 


เราจะไปเที่ยวกันต่อที่ บลูลากูน 3 ซึ่งยังไม่ค่อยมีคนไปกันเท่าไหร่
เราจะขับไปทางเดียวกันกับเมื่อวาน แต่จะมีทางแยกให้เราเลี้ยวซ้าย ขับกันไปยาวๆ เลย ดูบรรยากาศข้างทาง ฟินมาก สองข้างทางเป้นทุ่งนากว้างๆ ด้านหลังเป็นภูเขา สลับกัน เหมือนในหนังจีนเลยแกรรร


แว๊นนนนนนนนน

ขับมาเรื่อยๆ ทางเริ่มไม่น่ารัก คว่ำมานี่มีเฮ สะพานข้ามก็น่ารักสุด 55555

 

จะพังมั้ย ??


ชัดๆ อีกสักรูป


และแล้วก็มาถึงทางเข้า บลูลากูน 3 กันล้าววววว สังเกตไม่ยาก แต่ถ้าไม่สังเกตก็จะหาไม่เจอ เพราะไม่มีคนเลยยยยยยยยยยยย

นี่คือทางเข้าไง 55555

ขับตรงไปอีกยาวๆๆๆๆ

ในที่สุดเราก็มาถึงแล้ว บลูลากูน3 มีขนาดใหญ่กว่า บลูลากูน1 มากกกกกกกกกกก แต่ยังสร้างไม่เสร็จ ถามคนแถวนั้นเค้าว่าจะเสร็จภายใน ปีหน้ามั้งงง


อันนี้น่าเล่นกว่าบลูลากูน 1 อีก สระก็กว้างกว่า

สภาพที่ยังสร้างไม่เสร็จ

ต้นน้ำของบลูลากูน 3 จะมาจากถ้ำในภูเขา


ที่นี่จะมีถ้ำด้วยนะ แต่ตอนไปอ่ะ หาทางเข้าถ้ำไม่เจอ เลยไปถามลุงแถวนั้น ลุงแกก็จัดให้เลยจ๊าาาา เสียเงินค่านำทาง ได้ไฟส่องกบมาคนละอัน จากนั้นก็ให้คนนำทางไป
.
.
.
.
.
.
.
เดินป่า ป่า ที่ว่า คือป่า ป่าจริงๆ ป่าที่ต้องเดินข้ามลำธาร โคลน ออริจินอล มากๆ เท่านั้นยังไม่พอ ต้องปีนเขาต่อ เขาที่หินแหลมๆ บางช่วงเป็นหน้าผา 555555 ห้อยตามต้นไม้บ้าง ปีนไป ปีนมา คนนำทางบอก จุ๊ๆๆๆๆ เงียบๆ แล้วชี้ขึ้นไปที่หน้าผา "นั่นไง เจ้าภูเขา (ฝูงลิง) เงียบๆ นะ เดี๋ยวโดนมันโจมตี" โอ้แม้เจ้า จะโดนลิงกัดตายมั้ยเนี่ยยยยยย ปีนไปเกือบชั่วโมงก็ถึงปากทางเข้าถ้ำ

ป่ามั้ยล่ะ ????


ทางในถ้ำก็ใช่ย่อย ต้องปีนเช่นเดียวกัน และเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาว พื้นถ้ำเต็มไปด้วย ขี้ค้างคาว บางช่วงมีเหวลึก คนนำทางบอกตกไปก็ตายอ่ะ ...... หืออออออออ และเราก็เดินต่อไปอีกสักพัก คนนำทางบอก กลับเหอะอันตรายว่ะ ดูดิ พร้อมส่องไฟ ด้านล่างเป็นหินงอกหินย้อย ที่มองดูแล้วเหมือนหอกในหลุมดัก ถ้าตกไปมีเสียบแน่นอน ถ้ำโครตออริจินอล และโคตรอันตราย แต่ยังพามา บอกว่าอยากให้ดู แบบนี้ก็ได้หรอ 555555555555

สุดท้ายเราก็ออกจากถ้ำ และป่า ในสภาพที่ ..... เละมาก ยอมใจเลย ไม่รู้เดินไปได้ยังไง ....

ขากลับเราจะผ่านบ้านแถวๆ นั้น ที่สานผ้าขายกันแบบออริจินอลเลย ผ้านุ่มดีนะ



คืนนี้เป็นคืนไฮไลท์ของงานเลย เพราะเราจะไปพักกันที่ เวียงธารา Vieng Tara Villa จ๊าาาา แลนด์มาร์คของวังเวียงเลยก็ว่าได้ จะฟินแค่ไหน ตามไปจ้าาาา

ทางเข้า สัมผัสได้ถึงความ ไฮโซอ่ะ 55555555


จะได้ เวลคัมดริ้ง คนละ 1 แก้ว เป็นน้ำกระเจี๊ยบบบ เย็นๆ ชื่นใจ


ไปดูที่พักกันต่ออออ

ในห้อง ทุกอย่างจะเป็นคู่ๆ ไปหมดเลยยยย แม้กระทั่งชุดคลุมอาบน้ำ เหมาะกับคู่รักกกกกมากๆ


ชา กาแฟ จุดนี้ กินฟรี ไม่เสียเงิน


บรรยากาศข้างนอกห้อง ฟินมากกกกกกกก ทุ่งนาเขียวๆ เหลืองๆ ตัดกับภูเขา นอนดูทุ่งนาจากในห้องยังฟินเลยยยยย


สวยอ่ะดิ กระท่อมเล็กๆ กลางนา


จัดแจงสัมภาระเข้าที่พักเรียบร้อย ต่อไปเราจะต้องไปหาอะไรกินกัน โดยเฉพาะริมน้ำ วันนี้มีงานแข่งเรือ แต่เราไม่ไปดู มันร้อน นอนพักดีกว่าาาาาา จะมีของขายริมแม่น้ำ คล้ายๆ ตลาด


ตำลาว มาลาวต้องตำลาวดิ


คือบับ รสชาติ นัวมากกก ที่นี่จะใส่กะปิแทนปาร้า


 ต่อด้วย เรนโบว์ แบ้วๆ น่ารัก ใสใส


ตอนกลางคืนของวันนี้ เนื่องจากเป็นวันออกพรรษา ที่นี่เค้าจะมีการ ลอยกระทงกัน เดี๋ยวคืนนี้จะพาไปลอยกันที่แม่น้ำ


ตกดึก หิวววววว ออกมาหาไรกิน เจอแหนม ดูบิ๊กเบิ้มมากกก น่ากินนนสุด

.
.
.
.
.
.
.
.
.
เมื่อเราแกะมัดออก จะได้ แบบนี้ .....


ตำลาวต้องมาอีกครก เพราะมัน นัวมากกกก เอามากินหน้าที่พัก ฟินสุด


 เวียงธารา ยามค่ำคืน คืนนี้มีแต่ฟินกับฟิน บอกเลยยยย


20.00 น. ได้เวลาออกไปลอยกระทงกันแล้วววว


ในแม่น้ำซอง ตอนนี้ตื้นมาก เดินไปลอยได้ถึงกลางแม่น้ำเลยแกรรร


 ไปเล้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย


ฟ้าโปร่งๆ ในคืนออกพรรษา


และแล้วก็ถึงเวลานอนกันแล้ว ฝันดี ZZZZZzzzZZz

DAY4 ; วันสุดท้ายของทริป TT

6.30 น. เราก็ตื่นมาสูดอากาศกันแล้ววววว บรรยากาศตอนเช้าๆ ก็ฟินไปอีกแบบ


นี่ไงบอลลูน ดูแค่นี้ไปก็พอ 5555


7.00 น. เวลาอาหารเช้า
เราสามารถเลือกได้คนละ 1 เซท


รับน้ำอะไรดีคะ "น้ำส้ม" สวยๆ พอดูดหมด ขอเติมได้มั้ย คำตอบคือ "ไม่ได้ค่ะ" แล้วยิ้มให้ อ้าว งี้ติดคอก็ปล่อยตายเลย ว่างั้น ?? แค่น้ำอ่ะ ให้กันไมไ่ด้เลยหรอ มันครึ่งแก้วเองนะโว๊ยยยยยยย !!!!!


Booking ให้ 8.1 เลยแหละแกรร ขอหักคะแนนเรื่องน้ำส้มได้ปะ ??


ฆ้อง เล็กๆ เอาไว้ตีเวลาต้องการเรียกพนักงาน


รูปกระโดดต้องมาอีกกกก


เก็บของกลับได้ละ เราจะเดินทางกลับไปที่หนองคาย โดยจองรถจากเวียงธารา ให้ไปส่งที่ เวียงจันทน์ ราคาคนละ 60,000 กีบ

นี่คือรถไปเวียงจันทน์ รถตู้จ้าาา ได้นั่งหลังสุดด้วยจ้าาา


คือ เมารถไง มันไม่ใช่แค่เรื่องของทางโค้งเท่านั้น มันเป็นเรื่องของหลุมบ่อ เขย่าๆ เชคๆ ในท้องนี่รวมกันเป็นก้อนละมั้ง ถ้าอ้วกออกมาคงเป็นใส้ที่มัดรวมกัน


และเราก็มาถึงเวียงจันทน์ ใช้เวลาเดินทาง 3 - 4 ชั่วโมง จ้าาาา
แล้วก็ต้อง งง กันอีก ทำไมรถตู้ไม่ไปส่งที่ บขส. ????? นางบอกสุดทางตรงนี้แหละ หรือถ้าอยากนั่งไปต่อ ก็จ่ายเงินเพิ่มสิ โอ้ แบบนี้ก็ได้หรอ ??? (เชื่อว่าทุกคนต้องเจอแบบนี้เหมือนกันหมด)

เมื่อก้าวลงจากรถ ก็จะมีคนแห่มารุมเรา เหมารถมั้ยน้อง ไปป่าววว ไปรถพี่ป่าววว (เอ๊ะ หรือเราเหมือนคนขายบริการ) 5555 อย่าได้หลงกล เราสามารถเดินไปได้ แต่ไกลหน่อย ด้วยความที่งกไง อยากเดินชมเมือง โดยไม่เสียค่ารถ ก็เดินต่อไปยาวๆ หรือใครที่มากันหลายคนเหมารถก็อาจจะคุ้ม มั้ง อาจจะนะ แต่ในความคิดคือไม่อ่ะ เดินไกลอยู่นะ แต่ถ้าคนชอบเดินก็สนุกดี เดินไป ถามทางไป ได้ประสบการณ์

ในตัวเมืองเวียงจันทน์วันนี้ มีงานแข่งเรือ ที่แม่น้ำโขง ในเมืองเลยคึกคัก มีออกร้านตามริมทาง ก็แปลกตาดีเหมือนกัน

ข้าวจี่ป้า อร่อย และใหญ่ดี


นี่ คือห้างที่ใหญ่ที่สุดในลาว แต่ ...... วันรุ่นลาว ไม่มีใครรู้จักที่นี่เลย งง หนักไปอีก


มี Major นะแกร อย่าทำเป็นเล่น


Pepsi ขวดนี้ 20 บาท.......

บขส. ที่เราจะต้องซื้อตั๋วรถเพื่อข้ามกลับไปหนองคาย เราจะมาซื้อตั๋วไว้ก่อน แล้วไปเดินเล่นกันต่อกันเหนียว รอบนี้เราจะเดินหาของกินล้วนๆ ไม่ไปสถานที่ท่องเที่ยว แดดร้อน หมดแรง


บรรยากาศงานเทศกาลภายในเวียงจันทน์ ทุกคนจะต้องมารวมกันที่ริมโขง เพื่อเชียร์การแข่งเรือ


ขนมจีน ให้เยอะมากกกกก แต่เราคาก็แรงมากเช่นกัน เมื่อเทียบกับฝั่งไทย


เมื่ออิ่มท้อง และใกล้เวลารถออก เราก็มาแสตนบายคอยรถ เพื่อข้ามกลับไทย รู้สึกได้ถึงความร้าวของขา
ได้เวลากลับไทยแล้ววววว คล้ายๆ ปอ.บ้านเราแหละ รอบนี้คนไม่เต็มรถ


และก็เป็นการสิ้นสุดทริปวังเวียง 5 วัน 3 คืน อันแสนทรหด
ขากลับ กรุงเทพ โดยสารรถ ของ นครชัยแอร์ First Class ที่นั่งสบาย มีอาหารให้ด้วย อร่อยยยย


21 ที่นั่ง เบาะไฟฟ้า ก็นั่งสบายดี เลิฟฟฟ


จบแล้ว ก็อ่านจนจบกันเนอะ -- ขอบใจหลาย --

ปล. จากความรู้สึกเลยนะ ธรรมชาติสวย สวยมาก อากาศดีมาก  แต่ .... ของทุกอย่างแพงมาก แพงกว่าไทยมาก ยกเว้นเบียร์ การต้อนรับนักท่องเที่ยวยังไม่ดีพอ ทุกอย่างต้องเสียเงิน เสียยิบย่อย เสียแทบทุกอย่างยกเว้น หายใจ Taxi หลอกนักท่องเที่ยวเยอะมากกก เหมือนบ้านเรา

วังเวียงเมื่อคนไปเยอะขึ้น ชาวบ้านก็จะคิดว่า ต้องทำให้เจริญมากขึ้น เห็นได้จากการสร้างตึกโรงแรมที่ใหญ่มากๆ บังวิว ใครไปจะเห็นโรงแรมนี้ชัดมาก

และการทำสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่ม จากการที่ได้สอบถามมา คือจะเทปูน ทำทางให้อย่างดี ไปถึงภูเขา ถึงถ้ำ ถางป่าออกให้หมด จะได้มาง่ายๆ เค้าว่างี้

แบบนี้มันก็ทำลายธรรมชาติดิ ?? ไปวีงเวียงเพื่อไปใกล้ชิดธรรมชาติรึเปล่า ?? อีกหน่อยคงไม่น่าไปแล้วล่ะมั้ง มันขาด มนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ ไปแล้ว บาย

อ้อ สำหรับรีวิว ที่บอกว่า เที่ยว พัน สองพัน ก็ได้ อ่ะ ตื่นค่ะ!!!! ไปมาแล้ว สองพันกินไม่พอค่ะ โอเคนะ 

0 ความคิดเห็น: